แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาสด้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาสด้า แสดงบทความทั้งหมด

MAZDA 2 ELEGANCE-SPORTS 2014-2015





MAZDA 2 ELEGANCE-SPORTS ใหม่!! จาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์เพื่อเอาใจคนรักความหรูหราด้วยเสน่ห์ของแฟชั่นที่โดดเด่นในเรื่องสไตล์ที่หรูหราและการออกแบบที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ในคอนเซ็ปต์แฟชั่นซีซั่นใหม่และเพิ่มความคุ้มค่าด้วยออพชั่นเต็มคันที่หาไม่ได้จากรถรุ่นไหน ซึ่งทาง Mazda เน้นให้ตัวรถมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจนเสริมคุณค่าตัวรถให้มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกโฉมใหม่ การตกแต่งภายใน ที่สวยงามและมีสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างชัดเจน ช่วยสะท้อนความต้องการผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

มาสด้า 2 เอลิแกนซ์ คือรถยนต์ 4 ประตูมาพร้อมเครื่องยนต์  MZR 1.5L พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ S-VT (Sequential Valve Timing System) และระบบ TSCV (Tumble Swirl Control Valve) ให้แรงบิดต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ (Flat Toruue) ช่วยให้การขับขี่ของคุณเป็นไปได้อย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น  Mazda 2 Elegance 






มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี 
1.สีฟ้า  
2.สีเงิน  
3.สีดำ  
4.สีขาว  
5.สีเทาดำ  
6.สีแดง  
7.สีทอง 

ซึ่งเปิดตัวออกมาทั้งหมด 4 รุ่นให้คุณได้เลือก 
  - New Mazda 2 Elegance Groove MT ในราคา 550,000 บาท
  - New Mazda 2 Elegance AT ในราคา 585,000 บาท
  - New Mazda 2 Elegance Spirit AT ในราคา 656,000 บาท 
  - New Mazda 2 Elegance Maxx AT ในราคา 715,000 บาท 
  หากคุณเลือกซื้อ สีขาวมุกต้องเพิ่มเงิน 7,000 บาท ในแต่ละรุ่น



ซิตี้คาร์ 4 ประตู ที่มอบประสบการณ์หรูเหนือระดับไว้อย่างครบครัน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ 4-Beam ทรงสปอร์ต กระจังหน้าห้าเหลี่ยม สวยงามกลมกลืนลงตัวกับเส้นสายข้างตัวรถ และกันชนหน้าแบบสปอร์ต พร้อมไฟตัดหมอกกับสเกิร์ตข้าง ตลอดจนถึงสปอยเลอร์หลังบนฝากระโปรงท้าย และล้ออัลลอยด์ลายสปอร์ต พร้อมด้วยชุดสเกิร์ตหน้า และสเกิร์ตหลัง ดีไซน์ใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวหรูหรา และที่โดดเด่นกว่าใครคือล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ขอบ 16  สีใหม่ Polished Silver  ซึ่งถือว่าเป็นดีไซน์ใหม่จากฝั่งยุโรปเลยทีเดียว พร้อมด้วยมือจับประตูโครเมียม

สัญญาณกะระยะถอยหลังทำให้คุณถอยหลังได้อย่างแม่นยำขึ้น เบาะหนังสีดำเมื่อคุณนั่งจะทำให้นั่งอย่างสบาย ไม่ปวดหลัง ทำความสะอาดง่าย ภายในติดตั้งเครื่องเล่น DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมรีโมทคอนโทรล ที่จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการเดินทางและรู้สึกบันเทิงกับ ภาพยนต์ เพลง หรือไฟล์ต่างๆได้อย่างเต็มรูปแบบ ติดตั้งสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย พร้อมด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟน ผ่านระบบคั่งด้วยเสียงในรถจากระบบ Bluetooth 2.0 สามารถเชื่อมต่อ iPhone iPod ผ่าน USB และ AUX  

ในเรื่องของความปลอดภัย ทุกรุ่นประกอบไปด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก ABS อิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD ทำให้คุณมั่นใจในการขับขี่ทุกเสนทางอย่างแน่นอน





เครดิต : http://caronecash.blogspot.com/


TAG : รับจำนำรถยนต์ โคราช , รับจำนำรถยนต์ ระยอง , รับจำนำรถยนต์ จันทบุรี , รับจำนำรถยนต์ ตราด , รับจำนำรถยนต์ ฉะเชิงเทรา , รับจำนำรถยนต์ ชลบุรี



All-new Mazda





มีกระแสออกมาตั้งแต่กลางปีแล้วว่าทาง บริษัทผลิตและจำหน่ายรถชื่อดังเจ้าใหญ่จากญี่ปุ่น ได้เตรียมการผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศไทยภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดทาง มาสด้า ได้ให้การรับรองแล้วว่าพร้อมเปิดตัวปลายปีนี้อย่างเป็นทางการแน่นอน ซึ่งจะออกสู่ท้องตลาดภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ภายใต้ชื่อ “Demio”  ด้วยการออกแบบใหม่ล่าสุดทั้งภายในและภายนอก ฉีกแบบการดีไซน์เดิมๆด้วยคอนเซ็ปต์รถแบบ super mini ซึ่งถือว่าเป็นรถขนาดเล็กประหยัดน้ำมันสูงสุดแต่มีความแรงและคล่องในแบบที่หาที่ไหนไม่ได้ 

ในส่วนของสเปค All-new Mazda2 ของนั้นที่ฝั่งยุโรปได้มีการเปิดตัวและจัดจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว เราจะเห็นได้ว่ามีทั้งหมดด้วยกันถึง 4 รุ่นสุดโฉบเฉี่ยวมาให้เลือกใช้กัน ได้แก่ 

รุ่นธรรมดามาพร้อมกับเครื่องเบนซิน SkyActiv-G 1.5 ลิตรให้กำลัง 75 แรงม้า (PS) แรงบิด 135 นิวตันเมตร ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเครื่องยนต์ SKYACTIV-D 2.2 ลิตร ที่ติดตั้งอยู่ในรุ่น CX-5 เพื่อให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและไม่ปล่อยก๊าซ NOx ถือว่าออกมาเพื่อให้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบขับในเมืองใหญ่และไม่ต้องการความเร็วในการขับขี่มากแต่ต้องการความประหยัดน้ำมันเป็นอันดับแรก มีระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงอยู่ที่ 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรและยังปล่อยค่าไอเสีย CO2 เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีอีก 2 รุ่น ซึ่งตัวแรกจะเป็นเครื่อง SkyfActiv-G 1.5 ลิตร แต่มี 90 แรงม้า (PS) แรงบิด 148 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 4.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรไม่ได้แตกต่างจากตัวแรกมากนัก    

แต่ตัวสุดท้ายเป็นเครื่องยนต์ SkyActiv-G 1.5 ลิตร i-ELOOP 115 แรงม้า (PS) แรงบิด 148 นิวตันเมตร มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดาถึง 6 จังหวะเลยทีเดียว ซึ่งเทคโนโลยี i-ELOOP หรือ Intelligent Energy Loop นี้คือ ระบบสะสมพลังงานจลน์จากแรงเบรคแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วจึงนำไฟดังกล่าวไปหล่อเลี้ยงเครื่องปรับอากาศ, ชุดเครื่องเสียงและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ จึงเหมาะสมสำหรับรถที่มีการใช้งานในเมืองเพราะต้องเร่งและเบรคบ่อย ๆ จุดเด่นของเทคโนโลยี  i-ELOOP คือช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีก 10%  นั้นเองโดยรวมแล้วรุ่นนี้ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองแค่เพียง 4.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2  เพียง 115 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น




ส่วนออพชั่นต่างๆที่จะมาพร้อมกับ All-new Mazda 2  โฉมใหม่ นอกจากมีการออกแบบมาใหม่ทั้งรอบคันยังมีส่วนอื่นที่น่าสนใจอย่างเช่น i-Activeness คือ ระบบการเตือนจุดบอดด้านข้างของตัวรถที่ทุกๆคนมักจะมองข้าม, ระบบการเตือนเปลี่ยนเลนถนน, มี Head Up Display ช่วยให้เห็นค่าแสดงผลต่างๆในระยะสายตาของผู้ขับได้อย่างชัดเจน, ระบบ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือ Cruise Control, ระบบเตือนรัศมีการถอยหลัง และไฟสูงอัตโนมัติและระบบเบรกอัตโนมัติ 2 ระดับ เป็นต้น


ป้ายกำกับ : รับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์ , รับจำนำรถยนต์ป้ายแดง , รับจำนำรถยนต์ไม่มีเล่ม , รับจำนำรถยนต์ค้างค่างวด , รับจำนำรถยนต์ไม่มีทะเบียน , รับจำนำรถยนต์มือสอง , รับจำนำรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ 

All New Mazda3 HATCHBACK 2014




การแข่งขันของตลาดรถยนต์เเนวฮัทเเบคนั้นกำลังเป็นที่จับตามองในปัจจุบัน  ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง Mazda  ได้ออกแบบ จัดจำหน่าย และทำการเปิดตัว All New Mazda3 HATCHBACK สำหรับปี 2014 นี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นรถแนวสปอร์ตคอมแพ็คใหม่ล่าสุดของทาง Mazda 

เปิดตัว All New Mazda3 HATCHBACK 2014 นั่นใช้คอนเซ็ปต์การออกแบบมากจาก “โคโดะ ดีไซน์” KODO: SOUL of MOTION ด้วยการออกแบบภายนอกทั้งไฟหน้าที่มี 2 เเบบ ฮาโลเจน เเละ Bi-Xenon พร้อมด้วยไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Lamp) เพิ่มดีไซน์ไฟท้าย LED แบบใหม่ เพิ่มความสปอร์ตด้วยกระจังหน้าสีดำพร้อมแถบโครเมียม เสริมด้วยท่อไอเสียคู่และปลายท่อโครเมียมทรงสปอร์ตสุดหรู และมีสีให้เลือกสรรถึง 7 สีด้วยกัน ได้แก่ สีเเดง โซล เรด, สีขาวมุก สโนว์เฟลค, สีดำ เเพล็ก ไมก้า, สีน้ำตาล ไททาเนียม เเฟลช, สีฟ้า กันเมทัล บลู, สีเทา เมโทรโปลิตัน เกรน์ เเละสีเงิน อลูมินัม เมทัลลิก

ภายในถูกออกแบบผ่านแนวคิด  A MASTERPIECE ซึ่งให้ความสำคัญกับรายละเอียดผ่านความพิถีพิถันและยังเลือกใช้วัสดุอย่างประณีต พร้อมทั้งออกแบบห้องโดยสารให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกสบาย ไม่คับแคบ อีกทั้งยังสะดวกสบายจากเบาะที่นั่งกึ่งบักเก็ตซีทที่ไม่ทำให้เกิดความอึดอัดแต่เกิดมีความกระชับพอดีกับรูปร่าง เสริมลวดลายต่างๆให้เกิดความ  Sport Compact  ยิ่งขึ้น มีระบบ Ative Driving Display อยู่เบื้องหน้าของผู้ขับทำให้เห็นข้อมูลต่างๆในการขับขี่ได้อย่างชัดเจน พร้อมด้วยระบบลอดภัยอัตโนมัติทั้งระบบ Active และ Passive Safety ซึ่งได้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP จากยุโรป สามารถควบคุมการทำงานได้ในหน้าจอเดียวเพราะมีระบบ Center Display ด้วยระบบจอ Touch Screen แสดงเมนู MZD CONNECT อีกทั้งยังมีระบบสั่งงานด้วยเสียงอีกต่างหาก 





ส่วนของเครื่องยนต์นั้นเป็นเเบบ SKYACTIV-G 2.0 DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT และระบบไอเสีย 4-2-1 โดยมีขนาดเครื่องยนต์ 1,998 ซีซี เเละมีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 14.0 สามารถให้กำลังสูงสุดที่ 165 เเรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที เเละมีเเรงบิดสุงสุดอยู่ที่ 210 นิวตันที่ 4,000 รอบต่อนาที 
สรุปราคาและจำนวนรุ่นของ ราคา All New Mazda3 HATCHBACK ที่ได้ทำการเปิดตัว มีดังต่อไปนี้ 

  • รุ่น 2.0SP Sports อยู่ที่ 1,094,000 บาท
  • รุ่น 2.0S Sports   อยู่ที่    974,000 บาท
  • รุ่น 2.0C Sports   อยู่ที่    914,000 บาท
  • รุ่น 2.0E Sports   อยู่ที่    833,000 บาท




All New Mazda3 HATCHBACK 2014 Mazda3 ใหม่ ได้ทำให้ความหมายของรถยนต์นั่งขนาดกลางเปลี่ยนไป แถมให้สมรรถนะความแรงกว่ารุ่นใด พร้อมด้วยประหยัดน้ำมันสู้งสุด ภายใต้รูปลักษณ์ สปอร์ต พรีเมียม ปราดเปรียว เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้คนสมัยใหม่






ป้ายกำกับ : รับจำนำรถยนต์ , รับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์ , รับจำนำรถยนต์ป้ายแดง , รับจำนำรถยนต์ไม่มีเล่ม


Mazda BT-50 PRO 2014




Mazda BT-50 PRO ปิ๊กอั๊พโฉมใหม่ด้วยเทคโนโลยีคอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็กชั่นที่ถูกออกแบบใหม่ล่าสุด เพื่อช่วยเสริมสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้เหนือกว่ารุ่นใดๆทั้งแรงม้าและแรงบิด ออกแบบด้วยคุณสมบัติ Flat Torque ช่วยให้รอบเครื่องยนต์ต่ำไปจนถึงรอบเครื่องยนต์ปานกลางสามารถตอบสนองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกตัว การควบคุมความเร็วรถหรือแม้แต่บรรทุกน้ำหนักมาก 

ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ Di-THUNDER PRO สองขนาด คือ 
  • เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร Di-THUNDER PRO 3.2 i5 ให้แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร Di-THUNDER PRO 2.2 ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร 


ที่ทำงานร่วมกับเทอร์โบแปรผันใหม่ Variable-Nozzle Turbocharger และอินเตอร์คูลเลอร์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ถือว่าเป็นสองรุ่นที่ออกมาเพื่อยกระดับของปิกอัพสายพันธ์ใหม่ ให้แรง ดั่งสายฟ้า แต่ประหยัดน้ำมันได้อย่างไม่น่าเชื่อ และยังทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งออกแบบคันเกียร์แบบ Short Shifter  มีฟังก์ชั่นไฟเตือนการเปลี่ยนเกียร์หน้าปัด Up-shift indicator เพื่อช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ในเวลาที่เหมาะสม และลดการลากรอบเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น สไตล์สปอร์ตและมีอัตราทดเกียร์ในแต่ละเกียร์สัมพันธ์กันเป็นอย่างดี เสริมด้วยช่วงล่างอัจฉริยะใหม่ SUPER DE-S ทำให้การขับขี่ของคุณคล่องตัว มั่นคง ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างความนุ่มนวล มีระบบเบรค  ABS 4 ล้อ (4W-ABS Antilock Braking System) ช่วยในการเข้าโค้ง ลดความเร็วและทรงตัวได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมี Shift on the Fly Transfer Case ซึ่งควบคุมด้วยไฟฟ้าสามารถปรับเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนจากแบบ 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ เพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งานบนถนนที่แตกต่างกันได้ระหว่างการขับขี่คุณจึงไม่ต้องหยุดรถ







นอกจากเครื่องยนต์และช่วงล่างที่ถูกออกแบบมาอย่างใหม่เอี่ยมแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นส่งที่ทาง  Mazda ให้ความสำคัญ เพราะได้ฉีกทุกกฎการออกแบบรถปิกอัพเดิมๆ เพิ่มการผสมผสานแนวคิดแบบ “นากาเร่” Nagare คือความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติให้รู้สึกสบายตาสร้างความโค้งมน ความโฉบเฉี่ยว และพริ้วไหวขณะขับขี่ ช่วยให้ Mazda BT-50 PRO เป็นเป้าสายตาชวนหลงใหลในดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งด้านในใช้แนวคิดแบบ Cockpit  Design ให้รู้ว่ากำลังขับขี่รถสปอร์ตหรู แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ในการนั่งทั้งผู้ขับขี่เองและผู้โดยสาร ให้รู้สึกสบาย ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆได้ดียิ่งขึ้น เช่น จอแสดงข้อมูลการขับขี่  MID (Multi-Info Display), เครื่องเสียงรองรับการเล่นไฟล์ MP3 และ WMA พร้อมช่อง USB / AUX เชื่อมต่อ iPod และ อุปกรณ์เครื่องเล่นเพลงพกพาอื่นๆ, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านสัญญาณ Bluetooth, จอ  MFD (Multi-function Display) และแผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วทรงกลมแบบไร้ขอบ (Hoodless Design) 




มีให้เลือก 7 สี ได้แก่ 
1.สีขาว  
2.สีฟ้า  
3.สีเงิน  
4.สีเทา  
5.สีดำ  
6.สีทอง  
7.สีแดง

Mazda BT-50 PRO มีให้เลือก 2 แบบ คือ Freestyle Cab และ Double Cab ราคาเริ่มต้นที่  594,000 บาท และสูงสุดที่รุ่น Mazda BT-50 PRO Double Cab DBL 4×4 3.2R ABS/DSC/Leather ราคาอยู่ที่ 993,000 บาท 



เครดิต : http://caronecash.blogspot.com/